ข่าวประชาสัมพันธ์

การเปลี่ยนผลการเรียนและการแก้ไขผลการเรียน หลังการสอบปกติ
ปรับปรุงเมื่อ 04 พ.ย. 2557
การเปลี่ยนผลการเรียน                 บทความฉบับนี้กระผมนายสมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียน และในฐานะผู้บริหารหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนสรรพวิทยาคม จะได้นำความรู้ในการดูแลช่วยเหลือนักเรียนมาขยายให้เกิดความเข้าใจให้ตรงกัน กรณีนักเรียนมีผลการเรียนไม่พึงประสงค์ คือ มีผล ๐ , ร , มส. และ มผ. ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในเชิงลบในการเรียน ที่ทำให้นักเรียนต้องซ้ำชั้น ไม่จบพร้อมรุ่น หรืออาจเป็นสาเหตุต้องออกกลางคัน ซึ่งเป็นที่น่าเสียดาย สูญเสียทรัพยากรมนุษย์ที่สำคัญ และเสียโอกาสต่างๆ ตามมา โรงเรียนเองก็เสียหายเหมือนกันที่ไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม เป้าหมายหลักการของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ครบถ้วน                 กระทรวงศึกษาธิการได้มีคำสั่งให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ในโรงเรียนต้นแบบซึ่งโรงเรียนสรรพวิทยาคมเป็นโรงเรียนต้นแบบการใช้หลักสูตร และโรงเรียนที่มีความพร้อมการใช้หลักสูตร ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ และใช้ในโรงเรียนทั่วประเทศในปีการศึกษา ๒๕๕๓ หลักสูตรนี้เป็นหลักสูตรที่ใช้แนวคิดหลักสูตรอิงมาตรฐาน (Standard-based Curriculum) กล่าวคือ เป็นหลักสูตรที่กำหนดมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยในมาตรฐานการเรียนรู้ได้ระบุสิ่งที่ผู้เรียนพึงรู้และปฏิบัติได้เมื่อสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในการจัดการศึกษาได้ยึดเป็นแนวทางในการดำเนินการพัฒนาและส่งเสริมให้ผู้เรียนได้บรรลุคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้ดังกล่าว ด้วยการดำเนินการบริหารจัดการอิงมาตรฐาน (Standard-based Administration) การจัดการเรียนรู้ที่มีมาตรฐานเป็นเป้าหมาย (Standard-based Instruction) การวัดและประเมินผลที่สะท้อนมาตรฐาน (Standard-based Assessment) เพื่อให้กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำเอกสารประกอบหลักสูตรเพื่ออธิบายขยายความให้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายทั้งระดับชาติ ท้องถิ่น และสถานศึกษา มีความเข้าใจที่ชัดเจน ตรงกัน รวมทั้งร่วมกันรับผิดชอบและทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และเมื่อจัดหลักสูตร จัดการเรียนการสอนไปแล้ว ย่อมมีการวัดผลประเมินผล ซึ่งอาจมีผลการเรียนที่ไม่พึงประสงค์เกิดขึ้นได้อันเป็นผลจากกฏ กติกา และระเบียบ สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นอาจบั่นทอนคุณภาพการศึกษา และบั่นทอนสิทธิและโอกาสทางการศึกษาให้ต้องทำการแก้ไข คือผล ๐ , ร , มส.  และ มผ. ซึ่งสามารถสอบซ่อมและแก้ไขได้ ครับ ๑.  การเปลี่ยนผลการเรียน “๐”                 เมื่อรายวิชาใดนักเรียนมีผลการเรียน ๐ คือมีคะแนนรวมตลอดภาคเรียน ไม่ถึงร้อยละ ๕๐ ของคะแนนเต็มในรายวิชานั้นๆ สถานศึกษาจัดให้มีการสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่ผู้เรียนสอบไม่ผ่านก่อน แล้วจึงสอบแก้ตัวได้ไม่เกิน ๒ ครั้ง ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการสอบแก้ตัวตามระยะเวลาที่สถานศึกษากำหนด ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีก ๑ ภาคเรียน ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “๐” อีก ให้สถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการเกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการเรียนของผู้เรียน โดยปฏิบัติ ดังนี้                 ๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น                 ๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนรายวิชาใด ๒. การเปลี่ยนผลการเรียน “ร”                 การได้ผลการเรียน ร. นั้น เกิดจาก  ประเด็นหลักคือ ผู้เรียนไม่ได้สอบกลางภาค ผู้เรียนไม่ได้สอบปลายภาค และผู้เรียนไม่ส่งงานชิ้นสำคัญที่มีส่วนในการตัดสินผลการเรียนในรายวิชานั้น หรือมีเหตุสุดวิสัยในการเรียนการสอนหรือในการสอบในวิชานั้น จึงได้ผลการเรียน ร.  ซึ่งครูผู้สอนรายวิชานั้นต้องเสนอขอให้ผลการเรียน ร. โดย อนุมัติจากผู้อำนวยการเสียก่อน                 การเปลี่ยนผลการเรียน “ร” ให้ดำเนินการดังนี้ ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแล้ว ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ ๐ - ๔ แต่ในแง่ความเป็นจริงการแก้ไข ร.นั้น ไม่ควรมีผลการเรียนเป็น ๐ มีข้อเท็จจริงว่าจะรอ "ร" เพื่อให้ได้ผลการเรียนที่ดี จึงถือว่าคิดบวก) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข “ร” ให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสินผลการเรียน ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน ทั้งนี้ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วหากผลการเรียนเป็น “๐” ให้ดำเนินแก้ไขตามหลักเกณฑ์ ๓. การเปลี่ยนผลการเรียน “มส”                ผลการเรียน “มส” คือไม่มีสิทธิ์เข้าสอบปลายภาค อันเนื่องมาจากเวลาเรียนมีไม่ถึง ร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรียนตลอดภาคเรียน   การเปลี่ยนผลการเรียนมี ๒ กรณี ดังนี้                 ๑) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ แต่ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาจัดให้เรียนเพิ่มเติมโดยใช้ชั่วโมงสอนซ่อมเสริมหรือใช้เวลาว่าง หรือใช้วันหยุด หรือมอบหมายงานให้ทำ จนมีเวลาเรียนครบตามที่กำหนดไว้สำหรับรายวิชานั้นแล้ว จึงให้วัดผลปลายภาคเป็นกรณีพิเศษ ผลการแก้ “มส ” ให้ได้ระดับผลการเรียนไม่เกิน “๑” การแก้ “มส” กรณีนี้ให้กระทำให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น ถ้าผู้เรียนไม่มาดำเนินการแก้ “มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้นี้ให้เรียนซ้ำ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัย ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะขยายเวลาการแก้ “มส” ออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้ปฏิบัติดังนี้                     (๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐาน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น                     (๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติม ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่              ๒) กรณีผู้เรียนได้ผลการเรียน “มส” และมีเวลาเรียนน้อยกว่าร้อยละ ๖๐ของเวลาเรียนทั้งหมด ให้สถานศึกษาดำเนินการดังนี้                                 (๑) ถ้าเป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น                                 (๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทนรายวิชาใดการเรียนซ้ำรายวิชา หากผู้เรียนได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้วไม่ผ่านเกณฑ์การประเมิน ให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดให้เรียนซ้ำในช่วงใดช่วงหนึ่งที่สถานศึกษาเห็นว่าเหมาะสม เช่น พักกลางวัน วันหยุด ชั่วโมงว่างหลังเลิกเรียน ภาคฤดูร้อน เป็นต้น                                 ในกรณีภาคเรียนที่ ๒ หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “๐” “ร” “มส”  ให้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นก่อนเปิดเรียนปีการศึกษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อน เพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียนได้ ทั้งนี้ หากสถานศึกษาไม่สามารถดำเนินการเปิดสอนภาคฤดูร้อน ให้สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา/ต้นสังกัดเป็นผู้พิจารณาประสานงานให้มีการดำเนินการเรียนการสอนในภาคฤดูร้อนเพื่อแก้ไขผลการเรียนของผู้เรียน ๔. การเปลี่ยนผลการเรียน “มผ”                 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กำหนดให้ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๓ กิจกรรม คือ ๑) กิจกรรมแนะแนว ๒) กิจกรรมนักเรียนซึ่งประกอบด้วย กิจกรรมลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ หรือนักศึกษาวิชาทหาร โดยผู้เรียนเลือกเรียนอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑ กิจกรรมและเลือกเข้าร่วมกิจกรรมชุมนุม หรือชมรมอีก ๑ กิจกรรม  ๓) กิจกรรมเพื่อสังคม และสาธารณประโยชน์  ในกรณีที่ผู้เรียนได้ผลการเรียน “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ”ได้                 ทั้งนี้ดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนนั้นๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีกไม่เกิน ๑ ภาคเรียน แต่ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น                 บทความนี้ มุ่งเน้นให้เกิดความเข้าใจที่ตรงกัน ระหว่างโรงเรียนสรรพวิทยาคม ฝ่ายบริหารวิชาการและหลักสูตร ฝ่ายทะเบียนวัดผล  ครูผู้สอน-วัดผลประเมินผล ผู้ปกครองและนักเรียน ได้ศึกษาให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง จะได้ดำเนินการ โดยไม่ให้เกิดการเสียสิทธิ์และโอกาสทางการศึกษา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อ โรงเรียน ครอบครัว และประเทศชาติ ซึ่งกระผมเองไม่ประสงค์ให้เป็นเช่นนั้นครับ สมศักดิ์ เลิศรัตนพันธุ์ 4 พ.ย. 2557
แจ้งนักเรียนที่ต้องการ "แก้ไข" การลงทะเบียนเรียนวิชาเพิ่มเติม คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม
ปรับปรุงเมื่อ 28 ต.ค. 2557
ให้นักเรียนที่ต้องการแก้ไขรายวิชาที่ลงทะเบียนไว้ไปเขียนใบขออนุญาตถอนรายวิชาที่ลงทะเบียนเรียน ที่ห้องทะเบียน-วัดผลว่าจะถอนวิชาเรียนอะไรบ้าง เพื่อที่จะได้เลือกลงทะเบียนวิชาเรียนออนไลน์ใหม่   หมายเหตุ    - ยื่นเอกสารได้ถึงวันศุกร์ที่ 7 พฤศจิกายน 2557 เท่านั้น
เปิดลงทะเบียนสำหรับนักเรียน"..ที่มีปัญหาในการลงทะเบียน.." คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่
ปรับปรุงเมื่อ 10 ต.ค. 2557
       จะเปิดให้นักเรียนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนรายวิชาเลือกเพิ่มเติม ดังนี้ นักเรียนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียน จะเปิดระบบให้ลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 11 ตุลาคม 2557 เป็นต้นไป นักเรียนที่ต้องการลงทะเบียนเพิ่มเติมในรายวิชา คณิตศาสตร์ ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา ให้ครบ แต่ไม่สามารถลงได้ให้คลิกลงชื่อที่นี่           -สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ อ.รุ่งทิพย์ จันดี (Tel 0862112607)

บทความแนะนำ

คู่มือการบันทึกความดี โปรแกรมระบบดูแลนักเรียน
ปรับปรุงเมื่อ 31 ม.ค. 2555
คู่มือในการบันทึกความดีสำหรับครูที่ปรึกษาบันทึกความดีจากสมุดบันทึกความดี คลิกที่นี่
คู่มือการใช้งานโปรแกรมระบบดูแลนักเรียน
ปรับปรุงเมื่อ 24 ม.ค. 2555
คู่มือการใช้งานโปรแกรมระบบดูแลนักเรียนเล่มนี้เป็นการใช้งานโปรแกรมในภาพรวมทั้งหมดของการใช้งาน คลิกที่นี่